Join CCTV ภาษา : TH | EN

            ด้วยพลังแห่งแสงจันทร์ เวลาคิดถึงเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้คนจะคิดถึงแต่ “ฟูลมูนปาร์ตี้”แต่จริงๆ เกาะพะงัน มีดีกว่านี้ เพราะพื้นทีๆคนนับหมื่นจัดปาร์ตี้ฟูลมูน เป็นเพียงชายหาดยาว 700 เมตร ปลากเกาะพะงัน เรียกกันว่า “ เกาะริ้น” โดยแตละเดือนมีนักท่องเที่ยวประมาณหนึ่งหมื่นถึงสามหมื่นคน เดินางข้าเกาะมารวมตัวกันในคืนเดือนเพ็ญ เพื่อร่วมสังสรรค์

            ซึ่งนี่แค่เสี้ยวส่วนเดียวของ “พะงัน” เพราะเกาะสวยแห่งนี้ ยังมีวิถีชีวิตที่งดงาม และยังรักษาหลายสิ่งไว้ได้อย่างน่าทึ่งโดยเฉพาะหินทุกก้อนที่จารึกความทรงจำที่พระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาถึงเกาะนี้เมื่อกว่า 100 ปีก่อน

              รวมทั้งสวนมะพร้าวของชาวพะงัน ก็มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นเอกลักษณ์นับร้อยปีของเกาะที่สมบูรณ์ด้วยมะพร้าว
และชาวประมงเล็กๆ ยังคงดำเนินชีวิตอยู่ทั่วเกาะ วิถีทำกินที่ชาวบ้านเก็บหอยกลมชายทะเล ก็ยังคงมีอยู่ รวมทั้งวัฒนธรรม
การกินบนชายหาดที่เรียกว่า “กินห่อ” ซึ่งชาวบ้านจะหิ้วเตาและหม้อไปที่ชายหาด จับปลามาทำอาหารแล้วปูกินบน
“ทางมะพร้าว”

           คุณสายโพยม สมสุข หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวเกาะสมุย-เกาะพะงัน-เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี เล่าว่า วิถีชีวิต “กินห่อ” ที่ชายหาดของชาวเกาะพะงันร่วมกับพี่น้องหรือแกที่มาเยือนนี่เอง ที่ฝรั่ได้มาสัมผัสแล้วประทับใจ จึงกลายเป็นที่มาของ “ฟูลมูน ปาร์ตี้” ที่ฝรั่งชื่นชอบ  “ฟูลมูนปาร์ตี้” จึงเป็นการต่อยอดวัฒนธรรมกินข้าวสังสรรค์บนชาย
หาดของชาวเกาะพะงัน จากวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่วัฒนธรรมระดับโลก

            ที่น่าสนใจ ชาวเกาะพะงันร่วมกัน “สร้างสรรค์เกาะสีเขียว” ด้วยการไม่ใช่สารเคมี เพื่อให้ได้อาหารจากธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพ ปลาหมึก ปลา กุ้งที่จับได้จากทะเลทุกเช้า จากเรือขึ้นสู่ฝั่ง ส่วนพืชผักผลไม้ ชาวบ้านก็รวมกลุ่มปลูกผักทำสวนด้วยระบบอินทรีย์นี่เป็นจุดแข็งของเกาะพะงันที่รองรับแนวโน้มโลก

            นักยุทธศาสตร์การตลาดวางแผนสร้างเกาะนี้ด้วยยุทธศาสตร์ “พลังแสงจันทร์” ที่นักท่องเที่ยวสามารถมารับประสบการณ์นี้จากเกาะพะงันได้ โดยเรียกเกาะพะงันว่า “เกาพระจันทร์ 5 สี” ที่มีทั้งวิถีสุขภาพ จิตวิญญาณ และความเป็นธรรมชาติโดยเฉพาะย่างยิ่งหินทุกก้อน ร่องน้ำทุกร่อง น้ำตำทุกแห่ง เมื่อร้อยปีที่แล้วเป็นอย่างไร วันนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น

           และชาวพะงันยังรักษประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังมาตามรอยนั่นคือ เป็นเกาะดียวที่พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินทางเรือมาที่นี่ถึง  16 ครั้งโดยเสด็จขึ้นเกาะ 14 ครั้ง อันถือเป็นการเสด็จเยือนมกที่สุด ส่วนอีก 2 ครั้ง เป็นการจอดเรือพระที่นั่งเพื่อรับน้ำจืดจากเกาะพะงัน ระหว่างเสด็จไปเยือนหัวเมืองภาคใต้และมลายู สำหรับชาวพะงัน ทุกแห่งที่พระพุทธเจ้าหลวงเสด็จเยือนได้มีการสลักจารึกพระประมาภิไธย จปร. พร้อมปี ร.ศซไว้บนก้อนหินทุกแห่งที่ทรงเสด็จบนเกาะนี้ โดยเฉพาะที่น้ำตกธารเสด็จ ยังมีพระปรมาภิไธยของรัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9 จารึกอยู่ที่ก้อนหินในบริเวณน้ำตกธารเสด็จ อีกด้วย

            มุมหนึ่งของเกาะพะงันที่คนไทยไม่ค่อยรู้ แต่ทั่วโลกรู้กันดี คือ ที่นี่มีการฝึกโยคะที่เริ่ดมาก ชาวต่างชาติรายได้สูงๆ เดินทางมาฝึกโยคะบนเกาะนี้เป็นเดือนๆ และมักเลือกพักที่พักหรูๆแพงๆ

            เกาะพะงัน ยังมี “ทะเลแหวก” เป็นอีกธรรมชาติที่สวยงาม สงบ และสบาย ห้เราได้เดินเท้าเหยียบทรายผ่านไปจนถึง เกาะม้า ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นที่สวยที่สุด โดยมีทั้งแหล่งประการังอ่อน ปะการังโขด ปารังสมองร่องยาว ปะการังผิวยู่ยี่ ร่วมทั้งฝูงปลาที่แหวกว่ายในน้ำที่ใสราวแก้ว

            เช้าวันที่เราไปถึง ธรรมชาติต้อนรับเราด้วยคลื่นเบาๆ เงียบ สงบ ระดับน้ำทะเลสองข้างอยู่ในระดับพื้นทราย ทำให้เดินเท้าเปล่าไปตามหาดทรายที่เกิดเป็นทะเลแหวก ทำให้เดินเท้าเปล่าไปตามหาดทรายที่เกิดเป็นทะเลแหวก กลายเป็นทางเชื่อมไปสุ่เกาะม้าที่อยู่ทางด้านเหนือของเกาะพันงันได้

            แต่ถ้าเจอจังหวะน้ำทะเลไม่สงบ มีคลื่น อย่าลมถามชาวบ้านว่าถ้าเดินข้ามทะเลแหวกไปแล้วจะกลับมาทันหรือไม่ หรือต้องนอนค้างคืนบนเกาะ แต่ปกติทะเลที่นี่จะเงียบสงบ เพราะเป็นเกาะที่เรือประมงมักนำเรือเข้ามาหลบพายุในยามที่อ่าวไทยเผชิญลมมรสุม รวมทั้งเรือประมงเลกจะเข้ามาพักที่นี่หลังออกทะเลยามค่ำคืน

พะงัน

            สารพัดสิ่งเหล่านี้ ทำให้ชาวเกาะพะงันมั่นใจว่าที่นี่มีอะไรมากกว่า “ฟูลมูนปาร์ตี้” ทั้งความสวยงามของาดทรายชายทะเล ความสงบ และเป็นเกาะที่ให้ความเป็นส่วนตัว รวมทั้งความสดในของแสงแดดที่คนไทยหลบเข้าร่วม แต่ฝรั่ง “เปลือยอก” อาบแดดแทบไม่ทัน

            บนความเคลื่อนไวของการท่องเที่ยว คนพื้นถิ่นรุ่นใหม่เริ่กลับคืนสู่บ้าน เช่น คุณชาตรี จงจิตต์ ที่กลับมาทลงทุนสร้างรีสอร์ทร้อยล้านบนหาดทรายเล็กๆที่พ่อเคยทำเป็นบังกาโลให้ฝรั่งเช่า ด้วยแรงสนับสนุนจาก “คุณพ่อ” และนายธนาคารที่ตัดสินใจให้เงินกู้มาลงทุนบนพื้นทราบเป็น “แม่หาด เบย์รีสอร์ท”

            เขาเผยว่าตั้งใจเดินทาง “กลับบ้านเกิด” และอยากทำให้เกาะพะงันเติบโตขึ้นอย่างถูกต้อง ถูกทิศทาง ไม่หลงไปกับกระแสการท่องเที่ยวแบบที่เที่ยวหลายๆแห่งที่เติบโตขึ้นแต่ไร้ความสุข

            ปัจจุบันคุณชาตรี เป็นอุปนายกสามคมโรงแรมเกาะพะงันรวมทั้งเป็นเจ้าของและกรรมการผู้จัดการ จงจิตต์ ดีเวลล็อปเม้นท์

            “แม่หาด เบย์รีสอร์ท” อยู่ทางเหนือของเกาะพะงัน นักท่องเที่ยวชอบที่จะมาพักเงียบๆ อิงแอบอยู่กับธรรมชาติ มาดำน้ำ ดูปลา โดยแค่เดินเล่นก็ไปถึงทะเลแหวกที่หน้าหาดของรีสอร์ทแล้ว

            และสำหรับเกาะม้า นักท่องเที่ยวมักมาเป็นกลุ่มหรือพายเรือคายัคข้ามมา เพื่อมาดำน้ำแบบสน๊อคเกิ้ล สวนนักท่องเที่ยวที่ขอเพลินกับบรรยากาศชายหาด ก็พากันชิลล์หาผ้าปูนั่งปิคนิค หรือไม่ก็หาที่นอนอาบแดดเงียบๆ ให้ความสงบได้เข้าสู่หัวใจ ตกค่ำ ก็มานั่งริมหาดกินอาหารทะเลสดๆ ปิ้งย่างร้อนๆ จากเตาปิคนิคริมหาด ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา พร้อมบาร์บีคิว ปลาหมึกสดๆ อิ่มท้องและอิ่มใจกับบรรยากาศท้องฟ้ายามเย็น

 

            ทั้งเม็ดทราย อากาศ น้ำทะเล ภูเขา ต้นไม้ของเกาะพะงันดึงดูดให้นักท่องเที่ยวาแล้วต้องหวนกลับมาอีก บางคนมาปีละ 3-4 ครั้ง แบบไม่รู้เบื่อ โดยเฉพาะคู่สมรสจากออสเตรเลียที่เราได้พบ ดูมีความสุขมากที่ได้มาพักผ่อนที่นี่ ตั้งแต่รุ่นพ่อ จนตัวเขาเองโตแล้วก็ยังกลับมาที่นี่อีก

            เป็นเสน่ห์และความผูกพันแห่งเกาะพะงัน ที่ยากจะมีใครเลียนแบบได้

 

Share

Available on the App store & Play store